งานวิจัยใหม่ชี้การเดินเร็ววันละ 20 นาทีช่วยลดโอกาสเกิดโรคหัวใจได้ถึง 30%
สุขภาพ เดินเร็วลดโรคหัวใจ กลายเป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงอีกครั้งหลังมีรายงานจากสถาบันสุขภาพยุโรปเผยว่าเพียงการเดินเร็ววันละ 20 นาทีสามารถลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดได้มากถึง 30% เนื่องจากช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนเลือด เพิ่มการทำงานของหัวใจ และลดภาวะดื้อต่ออินซูลิน งานวิจัยนี้ได้รับการยืนยันจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนกว่า 8,000 คนที่ติดตามผลต่อเนื่องยาวนานกว่า 5 ปี (อ้างอิงเพิ่มเติม: scs789 )
การ เดินเร็ว ช่วยลดระดับความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลไม่ดี
นักวิจัยระบุว่าการ เดินเร็ว ต่อเนื่องช่วยให้หลอดเลือดขยายตัวดีขึ้น ส่งผลลดความดันโลหิตและระดับคอเลสเตอรอล LDL ซึ่งเป็นตัวการสำคัญของการเกิดหลอดเลือดตีบตัน นอกจากนี้ยังทำให้ไขมัน HDL ซึ่งเป็นไขมันดีเพิ่มขึ้น ช่วยปกป้องผนังหลอดเลือดจากการอักเสบในระยะยาว
เหมาะกับคนวัยทำงานที่นั่งหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน
หนึ่งในกลุ่มที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือกลุ่มวัยทำงานที่ต้องนั่งทำงานนานกว่า 6–8 ชั่วโมงต่อวัน การเดินเร็วในช่วงเช้า หรือหลังเลิกงานเพียงไม่กี่นาทีสามารถช่วยตัดความเสี่ยงโรคหัวใจลงได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังช่วยลดอาการปวดเมื่อยและความเครียดสะสมจากการนั่งท่าเดิมนาน ๆ
การ เดินเร็ว ช่วยเพิ่มการเผาผลาญและควบคุมน้ำหนัก
การเดินด้วยความเร็วปานกลางถึงเร็วช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เสถียร ทำให้ลดโอกาสเกิดโรคอ้วนซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ นอกจากนี้ผู้ที่เดินเร็วเป็นประจำยังมีแนวโน้มมวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ทำให้ร่างกายแข็งแรงและกระฉับกระเฉงมากขึ้น
การเดินในพื้นที่โล่งหรือสวนสาธารณะช่วยลดความเครียด
งานวิจัยเพิ่มเติมชี้ว่าการเดินในพื้นที่ที่มีต้นไม้หรือสวนสาธารณะสามารถช่วยลดระดับฮอร์โมนคอร์ติซอล ซึ่งเกี่ยวข้องกับความเครียดได้อย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การเดินเร็วไม่เพียงดีต่อหัวใจ แต่ยังช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจและเพิ่มสมาธิหลังการทำงานหนัก
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำเริ่มจาก 10 นาทีต่อวันก่อนเพิ่มระดับ
สำหรับผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายอย่างจริงจัง ผู้เชี่ยวชาญสุขภาพแนะนำให้เริ่มเดินเร็ว 10 นาทีต่อวันก่อน แล้วค่อยเพิ่มเป็น 20 นาที เพื่อให้ร่างกายคุ้นชินและลดความเสี่ยงการบาดเจ็บ ทั้งนี้หากทำควบคู่กับการยืดเหยียดก่อนเดินจะช่วยให้ร่างกายตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น
ประชาชนหลายกลุ่มเริ่มหันมาปรับพฤติกรรมเดินให้มากขึ้น
ผลสำรวจจากเมืองใหญ่ในยุโรประบุว่ามีประชาชนจำนวนมากเริ่มหันมาใช้วิธีเดินแทนการขึ้นรถในระยะทางสั้น ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยกลางคนที่มองเห็นผลลัพธ์เรื่องพลังงานในร่างกายและการลดอาการเหนื่อยง่าย ทำให้การเดินกลายเป็นเทรนด์สุขภาพที่ได้รับความนิยมมากขึ้น
แพทย์เตือนควรสวมรองเท้าที่เหมาะสมและเดินบนพื้นผิวเรียบ
แพทย์โรคหัวใจย้ำว่าควรเลือกรองเท้ากีฬาแบบรองรับแรงกระแทก เพื่อป้องกันอาการเจ็บส้นเท้าหรือข้อเท้าพลิก ทั้งยังควรเลือกพื้นผิวที่เรียบ เช่น ลู่วิ่งหรือทางเดินในสวนสาธารณะ เพื่อความปลอดภัยสูงสุด หากเริ่มมีอาการเจ็บหน้าอกหรือหายใจไม่อิ่มควรหยุดเดินและพบแพทย์ทันที (อ้างอิงเพิ่มเติม: scs789 )

ใส่ความเห็น