Big Ben และ Palace of Westminster

Big Ben และ Palace of Westminster

ประวัติความเป็นมาของ Palace of Westminster และการถือกำเนิดของ Big Ben

เทคโนโลยี & ท่องเที่ยว Palace of Westminster ไม่ได้เป็นแค่ที่ตั้งของรัฐสภาสหราชอาณาจักรเท่านั้น แต่มันคือตำนานทางการเมืองและสถาปัตยกรรมที่สืบทอดมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 11 พระราชวังแห่งนี้เคยเป็นที่พำนักของกษัตริย์อังกฤษ ก่อนจะถูกไฟไหม้ครั้งใหญ่ในปี 1834 และได้รับการบูรณะใหม่จนกลายเป็นศูนย์กลางอำนาจทางนิติบัญญัติของประเทศ โดยมี Big Ben หอนาฬิกาที่ตั้งอยู่ฝั่งเหนือของอาคาร กลายเป็นสัญลักษณ์ระดับโลกที่แม้แต่คนไม่เคยไปอังกฤษยังรู้จักชื่อเสียงของมัน lesllotonline


Big Ben คืออะไร ทำไมคนทั้งโลกเรียกติดปากแบบผิดๆ

หลายคนเข้าใจผิดว่า “Big Ben” หมายถึงตัวหอนาฬิกาทั้งหมด แต่ความจริงแล้ว Big Ben คือชื่อของ “ระฆังขนาดใหญ่” ที่อยู่ภายในหอคอย ซึ่งมีชื่อจริงว่า Elizabeth Tower ตัวระฆังหนักกว่า 13 ตัน ถูกหล่อขึ้นใหม่หลังจากใบแรกแตกร้าว และตั้งแต่เริ่มเดินเครื่องในปี 1859 มันก็กลายเป็นหนึ่งในเสียงระฆังที่ถูกถ่ายทอดมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะในวันปีใหม่และงานพิธีสำคัญของราชวงศ์อังกฤษ


สถาปัตยกรรมแบบนีโอโกธิกสุดอลังการที่โลกต้องจดจำ

Palace of Westminster ที่เราเห็นทุกวันนี้ คือผลลัพธ์ของการออกแบบในสไตล์ Neo-Gothic โดยสถาปนิกชื่อดัง Sir Charles Barry และ Augustus Pugin ซึ่งผสมผสานรายละเอียดแบบยุคกลางเข้ากับนวัตกรรมยุคใหม่ในศตวรรษที่ 19 อย่างลงตัว ทั้งยอดแหลม หน้าต่างโค้ง และลวดลายสลักที่ซับซ้อน ทำให้สถานที่นี้ไม่ได้เป็นเพียงที่ทำงานของรัฐบาล แต่คือ งานศิลป์ขนาดยักษ์ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมากกว่า 1 ล้านคนต่อปี


ความสำคัญในระดับโลก ทั้งด้านการเมืองและสื่อสารมวลชน

Big Ben และ Palace of Westminster ไม่ได้เป็นเพียงแลนด์มาร์กในอังกฤษ แต่คือศูนย์กลางของข่าวการเมืองโลก ทุกครั้งที่มีการประชุมรัฐสภาอังกฤษ หรือเหตุการณ์ใหญ่ในยุโรป ภาพของอาคารนี้มักจะถูกนำเสนอในสื่อทั่วโลก เสมือนหนึ่ง “แบ็กกราวด์ของโลกเสรีประชาธิปไตย” และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ถ่ายทอดสดยอดนิยมของ BBC และสำนักข่าวทั่วโลก


ปัจจุบัน Big Ben ยังทำหน้าที่อะไร และเปิดให้เข้าเยี่ยมชมไหม

แม้ Big Ben จะผ่านการบูรณะครั้งใหญ่ในช่วงปี 2017–2022 แต่ปัจจุบันยังคงทำหน้าที่บอกเวลาอย่างเที่ยงตรง และยังใช้ระฆังประกาศช่วงเวลาสำคัญตามธรรมเนียมดั้งเดิม ส่วน Palace of Westminster เปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าเยี่ยมชมได้ผ่านการจองล่วงหน้า โดยเฉพาะในช่วงปิดประชุมรัฐสภา นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมทั้งหอประชุมสภาขุนนาง ห้องโถงกลาง และแน่นอนว่าหอระฆัง Big Ben ก็เปิดให้ขึ้นไปชมวิวเหนือแม่น้ำเทมส์ได้ในบางช่วงด้วย


ทำไม Big Ben ถึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับแลนด์มาร์กทั่วโลก

ไม่ว่าจะเป็นเมืองในยุโรปหรือเอเชีย สถาปัตยกรรมของ Big Ben และ Palace of Westminster ได้กลายเป็นต้นแบบให้กับการสร้างหอนาฬิกา อาคารราชการ และสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมมากมาย เพราะมันคือสัญลักษณ์ของความมั่นคง ความรุ่งเรือง และอิทธิพลทางประวัติศาสตร์ที่ไม่มีใครลบได้ แม้แต่ดิสนีย์หรือหนังฟอร์มยักษ์ฮอลลีวูดยังเลือกใช้หอนาฬิกานี้เป็นโลเคชันในการเล่าเรื่องราวที่ต้องการสื่อถึง “พลังอำนาจของโลกตะวันตก” ( lesllotonline )

Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *