ธุรกิจเดลิเวอรีเร่งขยายบริการ หลังยอดสั่งออนไลน์พุ่งต่อเนื่อง
ธุรกิจเดลิเวอรีเร่งขยายบริการ อย่างต่อเนื่องในปี 2025 เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่เน้นความรวดเร็วและความสะดวก โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสด อาหารพร้อมรับประทาน และสินค้าทั่วไป ที่เติบโตสูงขึ้นเกินกว่า 35% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ทำให้ผู้ให้บริการต้องเร่งปรับโครงสร้าง โลจิสติกส์ และช่องทางให้ทันกับดีมานด์ที่เปลี่ยนแปลงเร็ว sahawin
ยอดสั่งอาหารออนไลน์ยังโตไม่หยุดแม้ผ่านพ้นโควิดไปแล้ว
แม้สถานการณ์โรคระบาดจะคลี่คลาย แต่พฤติกรรมการสั่งอาหารผ่านแอปยังคงเป็น “ความเคยชินใหม่” ของคนเมือง โดยข้อมูลจาก Euromonitor ระบุว่า ปี 2024 ตลาดอาหารเดลิเวอรีในไทยมีมูลค่ากว่า 8 หมื่นล้านบาท และคาดว่าจะขยับเกินแสนล้านภายในปี 2026
แพลตฟอร์มเดลิเวอรีรายใหญ่เร่งขยายพาร์ตเนอร์ร้านอาหาร
ทั้ง GrabFood, LINE MAN Wongnai, ShopeeFood และ Robinhood ต่างเร่งดึงร้านอาหารรายเล็ก–รายใหญ่เข้าร่วมแพลตฟอร์ม พร้อมปรับค่าคอมมิชชั่นให้ดึงดูดขึ้น และเปิดระบบหลังบ้านสำหรับร้านค้าให้เข้าถึงข้อมูลการสั่งซื้อ เพื่อวางแผนสต๊อกและโปรโมชันได้เองแบบเรียลไทม์
สงครามโลจิสติกส์กลางเมืองขยายสู่พื้นที่ชานเมืองและต่างจังหวัด
จากเดิมที่ธุรกิจเดลิเวอรีแข่งขันกันเฉพาะในเขตเมือง ปัจจุบันแพลตฟอร์มต่างเร่งขยายศูนย์กระจายสินค้าไปยัง รอบนอกกรุงเทพฯ และหัวเมืองระดับจังหวัด โดยใช้ระบบคลังสินค้าขนาดเล็ก (Micro Fulfillment Center) เพื่อให้ส่งของได้ภายใน 30–60 นาที แม้จะอยู่นอกเขตเมือง
ความท้าทายใหม่: ส่งเร็วไม่พอ ต้องแม่นยำและยั่งยืนด้วย
ผู้บริโภคยุคใหม่ไม่ได้มองแค่ความเร็วในการจัดส่ง แต่ยังต้องการความแม่นยำ ปลอดภัย และรักษ์โลก หลายแพลตฟอร์มจึงเริ่มทดลองใช้จักรยานไฟฟ้า รถส่งพลังงานสะอาด และบรรจุภัณฑ์ที่ย่อยสลายได้ เพื่อให้สอดคล้องกับเทรนด์ Green Logistics ที่กำลังเติบโต
พฤติกรรม “สั่งน้อยแต่บ่อย” เพิ่มภาระต้นทุนให้ผู้ให้บริการ
รายงานจาก SCB EIC ระบุว่า พฤติกรรมของผู้บริโภคไทยเปลี่ยนจากการ “สั่งมื้อละมาก ๆ” เป็น “สั่งมื้อละน้อย ๆ แต่หลายครั้งต่อวัน” ทำให้ต้นทุนต่อเที่ยวของผู้ให้บริการสูงขึ้น จนต้องปรับโมเดลกำไรใหม่ เช่น เพิ่มบริการสมาชิกแบบรายเดือนเพื่อให้ค่าส่งถูกลงและสร้างรายได้ประจำ
ร้านอาหารเริ่มทำเดลิเวอรีด้วยตนเองเพื่อลดค่าธรรมเนียม
หลายร้านเริ่มหันมาพัฒนา “ช่องทางสั่งตรง” ของตัวเอง ทั้งบน LINE OA, เว็บไซต์ร้าน หรือระบบสั่งผ่าน Facebook Messenger โดยมีระบบชำระเงิน–จัดส่งที่ไม่ต้องผ่านแพลตฟอร์ม ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าได้โดยตรงมากขึ้น
การแข่งขันด้านแคมเปญ โปรส่งฟรี และส่วนลดกลับมาเดือดอีกครั้ง
เพื่อแย่งชิงลูกค้า หลายแพลตฟอร์มกลับมาใช้แคมเปญแรง เช่น โปรส่งฟรีไม่จำกัดระยะทาง โค้ดลด 50% เมื่อใช้บริการครั้งแรก หรือแจก Coins ทุกครั้งที่สั่งสำเร็จ ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้แม้จะกดกำไรลง แต่ช่วยเพิ่มปริมาณออร์เดอร์ และขยายฐานผู้ใช้งานได้มหาศาล
เดลิเวอรียุคใหม่เริ่มครอบคลุมมากกว่าแค่อาหาร
ไม่ใช่แค่อาหารอีกต่อไป แต่ตอนนี้บริการเดลิเวอรีเริ่มครอบคลุมสินค้าแฟชั่น ยา ของใช้รายวัน ไปจนถึงบริการส่งของภายในเมืองแบบเรียลไทม์ ซึ่งกำลังกลายเป็นแนวรบใหม่ของแพลตฟอร์มที่ต้องการจับกลุ่มผู้ใช้ในทุกหมวดสินค้าแบบ One Stop Service
สรุป – ธุรกิจเดลิเวอรีเร่งขยายบริการ รับดีมานด์ที่ไม่รอใคร
ธุรกิจเดลิเวอรีเร่งขยายบริการ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่เพียงแต่ต้องการความสะดวก แต่ยังคาดหวังประสบการณ์ที่รวดเร็ว ยืดหยุ่น และใส่ใจสิ่งแวดล้อม ในโลกที่ความเร็วคือมาตรฐานใหม่ ใครปรับตัวไม่ทัน อาจถูกแซงโดยแพลตฟอร์มที่พร้อมวิ่งเร็วกว่าทุกวินาที sahawin

ใส่ความเห็น